ท้าวหิรัญพนาสูรเป็นหนึ่งในตำนานที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยท้าวหิรัญพนาสูรถูกกล่าวขานว่าเป็น “อสูรทรงเลี้ยง” ผู้มีบทบาทในการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือผู้คนในยามเจ็บป่วยหรือประสบเหตุร้าย ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับท้าวหิรัญพนาสูรนี้มีความเป็นมาอย่างลึกซึ้งและสะท้อนถึงคติความเชื่อเรื่องเทพอารักษ์ในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ตำนานของท้าวหิรัญพนาสูร เรื่องเล่าว่า ท้าวหิรัญพนาสูรเป็นอสูรผู้ทรงฤทธิ์ที่สถิตอยู่ในป่าหิมพานต์ วันหนึ่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปประพาสป่าในช่วงที่ทรงดำรงตำแหน่งกรมขุนเทพทวาราวดี ท้าวหิรัญพนาสูรได้ปรากฏกายต่อหน้าพระองค์ และแสดงความจงรักภักดี พร้อมถวายตัวเป็นผู้รับใช้เพื่อช่วยคุ้มครองพระองค์จากภยันตรายในป่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นในความจงรักภักดีของท้าวหิรัญพนาสูร จึงรับไว้เป็นอสูรทรงเลี้ยง ท้าวหิรัญพนาสูรมีรูปลักษณ์เป็นยักษ์ร่างใหญ่สูงใหญ่ ผิวกายสีดำสนิท แต่งกายด้วยเครื่องประดับทองคำและผ้าลายไทยโบราณ มีลักษณะสง่างามและน่าเกรงขาม ท้าวหิรัญพนาสูรมีหน้าที่คุ้มครองรักษาและช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนผู้ที่เดือดร้อน โดยเฉพาะในยามเจ็บป่วย ความเชื่อและการบูชา ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท้าวหิรัญพนาสูรเป็นเทพผู้คุ้มครองจากโรคภัยไข้เจ็บและสิ่งชั่วร้าย ผู้ที่ศรัทธาในท้าวหิรัญพนาสูรมักมากราบไหว้ขอพรเพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วยหรือปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกไป การบูชาท้าวหิรัญพนาสูรมักประกอบด้วยการถวายดอกไม้ ธูป เทียน และน้ำแดง ซึ่งน้ำแดงถือเป็นเครื่องสักการะสำคัญที่เชื่อว่าท้าวหิรัญพนาสูรโปรดปราน สถานที่ที่มีรูปเคารพของท้าวหิรัญพนาสูรและได้รับความศรัทธาอย่างมาก คือ **โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า** ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพท้าวหิรัญพนาสูร และมีผู้คนเดินทางมาขอพรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่เจ็บป่วยหรือมีญาติอยู่ในโรงพยาบาล บทบาทในประวัติศาสตร์ ตำนานของท้าวหิรัญพนาสูรมีบทบาทในการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นสถานที่รักษาพยาบาลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ทหารและครอบครัวของทหารเหล่านี้มักจะมากราบไหว้ขอพรจากท้าวหิรัญพนาสูรเพื่อให้ผู้ป่วยหายดีและปลอดภัย พระราชศรัทธาของรัชกาลที่ 6 ในท้าวหิรัญพนาสูรนั้นสะท้อนถึงความใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับความเชื่อของประชาชน โดยรัชกาลที่ 6 ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเชื่อดั้งเดิมและการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในยุคนั้น …
