ถ้ามองย้อนกลับไปไม่กี่สิบปี สังคมมนุษย์เคลื่อนตัวช้ากว่านี้มาก ความคิดใหม่ต้องใช้เวลาเดินทางผ่านหนังสือ ห้องเรียน หรือบทสนทนายาว ๆ แต่วันนี้ ความคิดหนึ่งสามารถเกิดขึ้น ถูกขยาย ถูกบิด และถูกตัดสิน ภายในเวลาไม่กี่นาทีผ่านหน้าจอมือถือ เทคโนโลยีไม่ได้แค่เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตของเรา แต่มันกำลังเปลี่ยน “วิธีคิด” โดยที่หลายคนไม่ทันรู้ตัว สังคมในอดีตถูกหล่อหลอมด้วยพื้นที่จริง บ้าน โรงเรียน วัด ที่ทำงาน ทุกอย่างมีขอบเขต มีจังหวะ และมีการปะทะกันของความคิดแบบตัวต่อตัว แต่สังคมยุคดิจิทัลคือสังคมที่ไม่มีผนัง เราอยู่ในพื้นที่เดียวกับคนหลายล้านคนพร้อมกัน ทั้งที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องเงียบ ๆ ความแปลกคือ เราเชื่อมต่อกับโลกมากขึ้น แต่กลับรู้สึกเข้าใจกันน้อยลง เทคโนโลยีทำให้ข้อมูลไหลเร็วเกินกว่าที่สมองจะย่อยทัน เราอ่านหัวข้อข่าวโดยไม่อ่านเนื้อหา แชร์ความคิดเห็นโดยไม่ทันคิด และตัดสินคนจากประโยคเดียวหรือคลิปไม่กี่วินาที ความคิดที่เคยต้องใช้เหตุผล ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ เพราะอารมณ์ตอบสนองเร็วกว่า และแพลตฟอร์มก็ให้รางวัลกับความเร็วมากกว่าความลึก สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีไม่ได้บังคับให้เราคิดแบบนี้ แต่มัน “เอื้อ” ให้ความคิดบางแบบเติบโตง่ายกว่าแบบอื่น ความคิดที่แรง ชัด ขั้วตรงข้าม มักถูกมองเห็นมากกว่าความคิดที่ซับซ้อน ละเอียด และมีเงื่อนไข โลกจึงค่อย ๆ แบ่งเป็นฝั่ง เราเริ่มใช้คำว่า เรา…
