อุกกาบาตมักถูกจินตนาการว่าเป็นสิ่งที่นำความหายนะมาสู่โลก แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า หากไม่มีอุกกาบาตจำนวนมากที่เคยพุ่งชนโลกในอดีต มนุษย์อาจไม่ถือกำเนิดขึ้นเลย การมีอยู่ของเราบนโลกอาจเป็นเพียงผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่ดูเหมือนทำลายล้าง แต่กลับวางรากฐานให้ชีวิตขั้นสูงวิวัฒน์ต่อไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดคือการชนครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโลกถูกชนโดยวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารที่เรียกว่า เธีย การชนครั้งนั้นรุนแรงจนทำให้ชิ้นส่วนของโลกและเธียกระเด็นออกไปก่อตัวเป็นดวงจันทร์ การมีดวงจันทร์นำมาซึ่งเสถียรภาพของการหมุนของโลก ทำให้ฤดูกาลคงที่ ระดับน้ำขึ้นน้ำลงสมดุล และสภาพอากาศมีความเสถียรพอให้สิ่งมีชีวิตยุคแรกถือกำเนิดและดำรงอยู่ หากไม่มีการชนครั้งนั้น โลกอาจไม่มีดวงจันทร์ และสภาพแวดล้อมอาจแปรปรวนเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตซับซ้อนจะพัฒนาได้ ถ้าไม่มีอุกกาบาต มนุษย์อาจไม่เกิดขึ้นเลย มุมมองจากประวัติศาสตร์โลกและจักรวาล ต่อมาเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน ช่วงที่เรียกว่าLate Heavy Bombardment โลกถูกอุกกาบาตจำนวนมหาศาลถล่มอย่างต่อเนื่อง ฟังดูเหมือนเป็นยุคแห่งการทำลาย แต่แท้จริงแล้ววัตถุเหล่านั้นนำ น้ำและแร่ธาตุสำคัญ จากอวกาศมาสู่โลก น้ำส่วนหนึ่งที่กลายเป็นมหาสมุทรในปัจจุบันอาจมีต้นกำเนิดจากดาวหางและอุกกาบาตเหล่านั้น หากไม่มีน้ำในปริมาณมหาศาล ชีวิตจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย นอกจากนี้ อุกกาบาตยังนำ สารประกอบอินทรีย์พื้นฐาน เช่น กรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดีเอ็นเอและโปรตีนมาสู่โลก นี่เคยเป็นสมมติฐาน แต่ปัจจุบันมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ว่าวัตถุนอกโลกมีส่วนสำคัญในการวางรากแรกของเคมีชีวภาพบนโลกในยุคแรก การที่ชีวิตจะถือกำเนิดได้จึงอาจต้องพึ่งพาส่วนผสมที่มาจากฟากฟ้าเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์อุกกาบาตที่ส่งผลต่อมนุษย์โดยตรงที่สุดคือการชนของ อุกกาบาตชิกซูลุบ เมื่อ…
