อวกาศเป็นสถานที่ที่ดูว่างเปล่า ไร้ขอบเขต และเมื่อใดก็ตามที่มนุษย์มองภาพจากอวกาศ เรามักเห็นความมืดมิดกว้างใหญ่โอบล้อมดาวเคราะห์และดวงดาวอื่น ๆ เสมอ คำถามคือทำไมอวกาศถึง “สีดำ”? ทั้งที่จริง ๆ แล้วจักรวาลเต็มไปด้วยดาวนับล้านที่ปล่อยแสงออกมาอยู่ตลอดเวลา? คำอธิบายนี้พาเราไปสู่หลักฟิสิกส์ระดับจักรวาล ทั้งแสง พลังงาน และธรรมชาติของการมองเห็นของมนุษย์เอง ทำไมอวกาศถึงสีดำ ไม่สว่างเหมือนบนโลก? อวกาศเกือบเป็นสุญญากาศ ไม่มีอากาศให้กระจายแสง สาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้อวกาศมืดคือ ไม่มีอากาศหรือโมเลกุลมากพอที่จะกระจายแสง เหมือนบนโลก บนโลกนั้น อากาศประกอบด้วยไนโตรเจน ออกซิเจน และก๊าซต่าง ๆ ที่ช่วย “หักเหและกระเจิง” แสงอาทิตย์ เมื่อแสงผ่านเข้ามา โมเลกุลในอากาศจะกระจายแสงสีน้ำเงินออกไปในทุกทิศทาง จนท้องฟ้ากลายเป็นสีฟ้าในตอนกลางวัน เราจึงรู้สึกว่าโลกสว่างไสวรอบด้าน ในอวกาศ แทบไม่มีโมเลกุลเลย แสงจึงเดินทางเป็นเส้นตรง ไม่กระจายออกไป เมื่อไม่มีสิ่งใดมาสะท้อนหรือกระเจิงแสงเข้าตาเรา ท้องฟ้าจึงมืดสนิท แสงจากดวงดาวไกลเกินไปและไม่เข้าตาโดยตรง แม้จักรวาลจะมีดาวจำนวนมหาศาล แต่ส่วนใหญ่กระจายอยู่ห่างไกลกันมาก แสงจากดาวแต่ละดวงอ่อนลงตามระยะทางแบบ หมายความว่า ยิ่งไกลเท่าใด แสงยิ่งจางลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นบริเวณที่เรามองไม่เห็นดาว แปลว่าแสงจากดาวเหล่านั้น ยังไม่เข้าตาเราโดยตรง แม้มีแสงอยู่ แต่ถ้าไม่เดินทางมาถึงดวงตาเรา เราก็ไม่เห็นมันนี่คือเหตุผลว่าทำไมแม้เต็มไปด้วยดาว…